สวัสดี
ทำบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยให้คนไทยได้รู้จัก และถ้าชาวต่างชาติสามารถอ่านเข้าใจก็จะได้มาเที่ยวเมืองไทยเยอะๆ คนไทยจะได้รวยๆทุกคน
หาดชาวเล
ตั้งอยู่บริเวณหน้าเกาะหลีเป๊ะ ทางทิศตะวันออกของเกาะ หาดชาวเลเป็นชายหาดทอดยาวหลายร้อยเมตร ร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวน้อยใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายตลอดแนวหาด สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงาม มองเห็นหน้าเกาะอาดังซึ่งอยู่ห่างเพียง 800 เมตร ได้อย่างดี มีบ้านเรือนชาวเลอาศัยอยู่กระจัดกระจายไม่หนาแน่น และมีรีสอร์ทที่พักริมหาดให้เลือกบริการพอสมควร
หาดพัทยา
ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเกาะ มีเส้นทางเดินเท้าจากหน้าเกาะมายังหาดพัทยา ชายหาดยาวเป็นโค้งเว้ารูปครึ่งวงกลม หาดขาวสะอาดตลอดแนว และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของบรรดาเกาะทั้งหลายในทะเลสตูลก็ว่าได้ ถัดจากแนวหาดขึ้นไปเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทสไตล์บังกะโลหลายแห่งให้เลือกใช้บริการ บริเวณหน้าเกาะเป็นโขดหิน ที่พักที่ปลูกสร้างเป็นเนินจึึงชมทีวทัศน์ได้สวยงาม ชายหาดด้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก ในมื้อดินเนอร์จึงมีเสียงเพลงสากลขับกล่อม เพราะผู้คนที่มานั่งดื่ม-กินบนโต๊ะริมหาดเป็นฝรั่งเสียส่วนใหญ่ นอกจากมีที่พักแล้ว ยังมีร้านขายของชำ ร้านอาหาร ร้านให้เช่าอุปกรณ์ดำน้ำ และเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ 
เกาะหลีเป๊ะ จึงเป็นเสมือนศูนย์กลางการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวหมู่เกาะ อาดัง - ราวี เมื่อเรือโดยสารจากท่าเรือปากบาราบนฝั่งสตูลเดินทางมาถึงเกาะหลีเป๊ะในตอนเย็นแล้ว จะมีเรือหางยาวมารับ นักท่องเที่ยวไปยังหาดต่าง ๆ เพื่อเข้าพักตามรีสอร์ท เช้าวันใหม่จึงหาเรือหางยาวเช่าเหมาไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ ซึ่งหากใช้เวลาตลอดวันก็สามารถเที่ยวได้หมดทุกเกาะแล้ว เพราะแต่ละเกาะอยู่ใกล้ ๆ กัน เช่น เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหินงาม เกาะจาบัง เกาะยาง เกาะรองกอย ฯลฯ ตกเย็นก็กลับมานอนที่เกาะหลีเป๊ะ แล้วรอเรือโดยสารกลับในวันถัดไป ช่วงเลาเวลาที่เหลือบนเกาะใครอยากนอนเล่นพักผ่อนริมชายหาด ลืมเรื่องราววุ่นวายไว้ชั่วขณะหนึ่ง
ในภาษาชาวทะเล "หลีเป๊ะ" แปลได้ว่า แผ่นกระดาษ เพราะเกาะนี้มีลักษณะแบนราบคล้าย แผ่นกระดาษที่ลอยน้ำและเป็นเพียงเกาะเดียวที่มีหมู่บ้านอย่างถาวรซึ่งทั้งหมดเป็นชาวเล ซึ่งในบรรดาเกาะทั้งหมดในทะเลสตูล เกาะหลีเป๊ะนับเป็นเกาะหนึ่งที่มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่มานาน และเกาะหลีเป๊ะ เองก็มีความสวยงามของธรรมชาติไม่เหมือนใคร
ปัจจุบันหมู่เกาะตะรุเตาเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวว่า เป็นแหล่งชมปะการังอ่อนที่สวยงามที่สุด หมู่เกาะตะรุเตาได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 โดยรวบรวมเกาะน้อยใหญ่กว่า 50 เกาะเข้ามาอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติ ตั้งชื่อว่า อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อันประกอบด้วยเกาะใหญ่ๆ ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ ในบรรดาทุกเกาะที่กล่าวมานี้มีเกาะตะรุเตาเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานตะรุเตา ส่วนเกาะอื่นๆ นั้นกระจุกตัวอยู่บริเวณใกล้เคียงกันเรียกว่า หมู่เกาะอาดัง บ้างก็เรียกรวมๆ ว่าเกาะอาดัง-ราวี อันประกอบด้วย เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะหินงาม เกาะผึ้ง เกาะดง เกาะหินซ้อน ซึ่งแต่ละเกาะล้วนมีความสวยงาม และจุดเด่นที่แตกต่างกัน บางจุดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังอ่อน บางจุดมีแต่กัลปังหามากมาย และอีกจุดกับมีแต่ปะการังแข็ง โลกใต้น้ำที่นี่สวยงามมากๆ เดี๋ยวผมจะพาทุกท่านไปชมกันว่าเป็นอย่างไร
การเดินทางไปเที่ยวทะเลตะรุเตาจะต้องเริ่มจากท่าเรือปากบารา การเดินทางมีให้เลือกหลายวิธี ทั้งเรือเร็วโดยสารขนาดใหญ่ หรือเรือโดยสารธรรมดา เรือเหมา คณะของเราเลือกที่จะเดินทางโดยเรือเร็ว ซึ่งเป็นเรือเฟอรี่ขนาดใหญ่ จุดหมายของเราคือ หมู่เกาะอาดัง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเป็นเรือธรรมดาจะต้องใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เรือเริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือปากบาราอย่างช้าๆ เมื่อผ่านพ้นปากคลองเข้าสู่เขตน้ำลึก เรือเริ่มทำความเร็วตามปกติเหมือนที่เคย เช้านี้อากาศแจ่มใส คลื่นลมข้างสงบ เรือทำความเร็วได้ดี และวิ่งได้นิ่งมาก นักท่องเที่ยวกำลังเพลิดเพลินกับการดูทีวีในห้องผู้โดยสารที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ บ้างก็นั่งหลับ ผมเลือกที่จะขึ้นไปนั่งตากลมชมวิวบนดาดฟ้า เมื่อมองออกไปเบื้องหน้าเห็นเทือกเขาดำทมึนอยู่กลางทะเล นั่นล่ะ เกาะตะรุเตา
ความงดงามกลางทะเล
จากจุดนี้ในตอนเช้าจะเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม บริเวณนี้ใช้เป็นที่พักอาศัย เหมาะสำหรับการพักผ่อนชายหาด เล่นน้ำ เดินเล่น ผูกเปลนอนอ่านหนังสือ นั่งเล่นกับแฟน นอนเล่นชายหาด นอนดูดาวในยามค่ำคืน วิ่งไล่ปูลม ที่นี่เงียบสงบ ปลอดภัยไม่มีชุมชน ยามค่ำคืนจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าเวรดูแลความสงบเรียบร้อย บริเวณหน้าเกาะไม่มีแนวปะการัง หากต้องการดำน้ำชมปะการังจะต้องนั่งเรือออกไปดำชมตามจุดต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
ได้เวลาออกเรือไปดำชมปะการังกันแล้ว เช้านี้จะพาไปดำชมปะการังอ่อนหลากสีที่ร่องน้ำจาบัง อยู่ห่างออกเกาะอาดังประมาณ 5 กิโลเมตร นั่งเรือเดี๋ยวเดียวก็ถึง จาบังมีลักษณะเป็นกองหินใต้น้ำมี 5 ยอด แต่ละยอดตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ยอดเขาใต้น้ำ 4 ใน 5 ยอดนั้นปกคลุมด้วยปะการังอ่อนที่มีสีสันสวยงาม อีกทั้งฝูงปลาก็เยอะ นอกจากนี้ยังมีดาวขนนกเกาะอยู่มากมาย ดอกไม้ทะเลก็มี ปลาการ์ตูนนีโมก็มี ปะการังจุดนี้อยู่ในระดับความลึกไม่มาก หากเป็นช่วงที่น้ำลงต่ำสุดจะตื้นจนเหยียบถึง ดังนั้นหากดำในช่วงนี้ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการเหยียบบนยอดกองหิน ถ้าหากลงดำในช่วงน้ำขึ้นสูงระดับความลึกก็จะเหมือนดังภาพบน เป็นระดับความลึกที่ไม่มากสามารถชมปะการังได้อย่างชัดเจน
เหนื่อยกันหรือยังครับ ถ้ายังเดี๋ยวจะพาย้ายจุดไปดำอีกจุดหนึ่ง จุดนี้สวยงามไม่แพ้กัน และที่สำคัญคือ คนไม่เยอะไม่ชุลมุนวุ่นวายเหมือนที่จาบัง ทั้งนี้เป็นเพราะแนวปะการังที่จุดนี้อยู่กระจายทั่วไปตามพื้นหินที่ท้องทะเล ทำให้ไม่เกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวเหมือนที่จาบัง ซึ่งเป็นจุดดำเพียงจุดเดียว จุดนี้คือ จุดดำน้ำที่เกาะหินซ้อน อยู่ห่างออกไปจากจุดเดิม 10 กิโลเมตร
หายเหนื่อยแล้วไปเที่ยวกันต่อ จะพาไปดำชมปลาการ์ตูนนีโม ปลาการ์ตูนมีให้ชมทุกจุดดำน้ำ แต่ถ้าต้องการเห็นปลาการ์ตูนแบบใกล้ๆ ต้องเลือกจุดดำ จุดแรกอยู่ที่อ่าวโนเนมไม่มีชื่อ จุดนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยกอดอกไม้ทะเล ที่ไหนมีดอกไม้ทะเลที่นั่นมักจะมีปลาการ์ตูน ที่จุดนี้มีปลาการ์ตูนนีโมเยอะมากๆ ถ้าชอบดำชมปลาการ์ตูนรับรองไม่ผิดหวัง แต่ปะการังอื่นๆ ไม่ค่อยสวย ถ้าต้องการชมปะการัง และปลาการ์ตูนต้องไปดำที่เกาะราวี ที่เกาะราวีมีจุดดำน้ำอยู่บริเวณหน้าหาด แนวปะการังไม่กว้างมากนักแต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังแข็งมากมายอยู่ในระดับน้ำตื้น ดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนพอมีให้ชมหลายกอ ปลาสิงโตก็พบเห็นได้บ่อยที่จุดนี้
จุดดำน้ำข้างเกาะผึ้ง เป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ จุดเด่นคือ ปะการังอ่อน และ กัลปังหาสีสวยหลายสี ที่ขึ้นอยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีปะการังแข็งอยู่เป็นจำนวนมาก
การเดินทางไป เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล
จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ "อ่าวพัทยา"และ "หาดชาวเล" มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที
การเดินทางไป เกาะหลีเป๊ะ Koh Lipe at a glance
รถยนต์
รถไฟ
เครื่องบิน
ไม่มีเที่ยวบินบินตรงไปจังหวัดสตูล แต่สามารถใช้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถโดยสารประจำทางจากตัวอำเภอหาดใหญ่เข้าจังหวัดสตูลอีกประมาณ 97 กิโลเมตร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น